บ้านผู้สูงวัยสไตล์โมเดิร์น

บ้านผู้สูงวัยสไตล์โมเดิร์น

บ้านผู้สูงวัยสไตล์โมเดิร์น บ้านสไตล์โมเดิร์นสีดำล้วน ขนาด 78.96 ตารางเมตร เห็นครั้งแรกคิดว่าเจ้าของต้องเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์สุด Cool แต่อันที่จริงแล้วโปรเจ็คนี้สร้างมาสำหรับผู้สูงวัยหัวใจโมเดิร์นของครอบครัวหนึ่งที่กำลังขยายใหญ่ขึ้น ด้วยสมาชิกที่มีทั้งเด็กเล็ก คนวัยทำงาน และพ่อแม่ที่แก่ชรา ทำให้ที่อาศัยอยู่ในบ้านเดิมที่อยู่มาสองชั่วอายุคน เริ่มวุ่นวายและไม่ตอบโจทย์ เจ้าของจึงตัดสินใจ สร้างบ้านริมถนนใกล้ๆ บ้านของพวกเขาให้คุณปู่คุณย่าแยกอยู่อย่างสงบ ๆ เป็นส่วนตัว ในขณะที่ยังมีความเชื่อมต่อกับบ้านหลังเดิม ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ครอบครัวขนาดใหญ่อยู่ร่วมกันได้สบายขึ้น

บ้านหลังคาเมทัลชีท ของคุณปู่ Young at heart

บ้านผู้สูงวัยสไตล์โมเดิร์น

Hillhurst Laneway House เป็นชื่อของบ้านหลังนี้ บ้านสไตล์โมเดิร์นซึ่งสร้างมาให้ผู้สูงวัยได้ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ในแบบที่ชอบ โดยที่ไม่มีเสียงเด็กเล็กรบกวนเวลาพักผ่อนในช่วงกลางวัน ตัวอาคารสร้างบนฐานที่เป็นแผ่นไม้ขนาดใหญ่ที่ยื่นออกมาค่อนข้างมาก เพื่อใช้เป็นพื้นที่นั่งเล่นอาบแดดยามเช้ากับเพื่อนสี่ขาตัวโปรด เปลือกห่อหุ้มบ้านเป็นไม้สีดำสนิทที่ทนต่อสภาพอากาศ ซึ่งเข้ากันได้ดีกับหลังคาเมทัลชีทสีดำ รอบ ๆ บ้านเจาะช่องแสงสี่เหลี่ยมผืนผ้ากรอบโลหะสีดำเช่นกัน ภาพรวมของบ้านจึงดูเฉียบคมสไตล์โมเดิร์น

บ้านสร้างอยู่บนพื้นที่ที่ค่อย ๆ เป็นเนินขึ้นไป จึงทำบันไดคอนกรีตนำทางขึ้นไปจนถึงตัวบ้าน และไม่ลืมที่จะทำทางลาดคู่ขนานกันไปด้วย เพื่อให้คุณปู่สามารถใช้รถเข็นขึ้น-ลงได้ในอนาคตช่องแสงขนาดใหญ่ที่ดึงแสงเข้าสู่ตัวบ้านในส่วนห้องใต้หลังคา ทำให้บ้านไม่ขาดแสงในมุมสูง

สำหรับการวางแปลนของผู้สูงอายุนั้น รายละเอียดที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุดคือ ความปลอดภัยในการใช้งานและความสะดวกสบาย จึงเลือกเป็นชั้นล่างเป็นโซนใช้ชีวิตหลัก ๆ มารวมกันไว้ทั้งหมด โดยจัดบ้านแบบ open plan ไม่ใช้ผนังเป็นตัวแบ่งพื้นที่ใช้งาน ทำให้กลายเป็นห้องโล่ง ๆ ขนาดใหญ่ แล้วใช้ตัวเฟอร์นิเจอร์แบ่งเขต ห้องนั่งเล่น ครัว มุมทานอาหาร และมีห้องนอน ห้องซักรีดอยู่ใกล้ ๆ  เพื่อจะได้ไม่ต้องขึ้นลงบันไดบ่อยๆ

บ้านผู้สูงวัยสไตล์โมเดิร์น

แสง ในบ้านก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน ควรมีช่องเปิดรับแสงธรรมชาติที่เพียงพอในจุดที่ผู้สูงวัยใช้งานบ่อย ๆ เพื่อการมองเห็นได้ชัดเจน และเฟอร์นิเจอร์ควรเลือกชิ้นที่ให้สัมผัสนุ่มนวล ไม่มีเหลี่ยมมุมแหลมคมที่อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ พื้นบ้านปูด้วยไม้เรียบเสมอกัน สีและสัมผัสอบอุ่น แต่ไม่ควรจะขัดให้มันวาวเพราะเสี่ยงต่อการลื่นล้ม

มุมทานอาหารที่อยู่ถัดจากโซนนั่งเล่นติดกับหน้าต่างขนาดใหญ่ เปิดมุมมองออกไปรับความสดชื่นจากทิวทัศน์ภายนอกได้ ชุดโต๊ะทานข้าวและเก้าอี้มีน้ำหนักเบา ซึ่งง่ายต่อการที่ผู้สูงวัยจะยก ย้าย เข้า-ออกด้วยตัวเอง ในแต่ละส่วนใช้งานควรมีที่ว่างพอสมควร เพื่อความสะดวกในการใช้งาน และเผื่ออนาคตในวันที่อาจจะต้องใช้รถเข็นด้วย

บ้านผู้สูงวัยสไตล์โมเดิร์น

ครัวขนาดกะทัดรัดจัดฟังก์ชันการใช้งานครบทั้งเตาแก๊ส เตาอบ พื้นที่เตรียมอาหาร ซิงค์ล้างที่ต่อเนื่องในด้านเดียว จึงหยิบจับใช้งานได้ง่าย และใส่ฟังก์ชันจัดเก็บที่ไม่สูงเกินระดับที่เอื้อมถึง ท็อปซิงค์เลือกใช้วัสดุสีขาว ตัดกับบานตู้สีดำเพื่อให้ทำความสะอาดง่าย มองเห็นได้ชัด

บนชั้นลอยเป็นห้องใช้หลังคา ซึ่งทาสีขาวช่วยพรางตาให้ห้องดูกว้าง ประกอบกับช่องแสงขนาดใหญ่ทำให้สามารถดึงแสงเข้ามาได้มาก จากจุดนี้จะเปิดออกเชื่อมต่อกับหลังคาโรงรถที่เป็นเหมือนดาดฟ้าไปในตัว ให้สมาชิกรุ่นลูกรุ่นหลานได้ขึ้นมานั่งเล่นชมวิวในยามที่มาเยี่ยมคุณปู่คุณย่า

บ้านผู้สูงวัยสไตล์โมเดิร์น

ห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุ Villas แยกโซนเปียกและแห้งออกจากกัน ทำให้ห้องน้ำแห้งอยู่เสมอ ลดความเสี่ยงจากการลื่นหกล้มในห้องน้ำ ในห้องอาบน้ำติดราวจับสำหรับผนังตัว มีเก้าอี้สำหรับนั่งอาบน้ำแบบที่พับเก็บได้ที่ติดตั้งอย่างมั่นคง  เป็นบ้านที่ออกแบบมาให้อย่างดีให้ผู้สูงวัยอาศัยอยู่กับลูกหลานอย่างมีความสุขในช่วงบั้นปลาย

ข้อดีของบ้านโมเดิร์นที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

1. บ้านโมเดิร์น – ดูแลรักษาง่าย

เนื่องจากวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างบ้านสไตล์โมเดิร์นเป็นวัสดุที่หาง่าย มีความทันสมัย โดยเฉพาะกระจกและเหล็กซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสไตล์บ้านโมเดิร์น ทำให้เวลาทำความสะอาดหรือต่อเติมสามารถทำได้ง่าย ไม่ต้องเสียเวลาในการหาวัสดุมาเปลี่ยนหรือต่อเติมให้ยุ่งยาก รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านเอง ที่เน้นฟังก์ชันการใช้งานและจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งนอกจากช่วยประหยัดพื้นที่แล้วยังประหยัดเวลาในการดูแลรักษา ในขณะเดียวกันยังเพิ่มภาพลักษณ์หรูหราให้กับบ้านมากขึ้นด้วย

2. บ้านโมเดิร์น – แบ่งสัดส่วนชัดเจน

การแบ่งสัดส่วนชัดเจน มีพื้นที่สำหรับรองรับการใช้งานในส่วนนั้น ๆ โดยเฉพาะ เป็นอีกหนึ่งข้อดีของบ้านโมเดิร์น ที่สร้างผลลัพธ์ให้ทุกพื้นที่ใช้สอยในตัวบ้านถูกใช้งานอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยไม่ทับซ้อนหรือปะปนกับพื้นที่ส่วนอื่น ๆ ทำให้บ้านดูมีความเป็นระเบียบและดูไม่รกอีกด้วย

3. บ้านโมเดิร์น – ดีไซน์ทันสมัย

เพราะสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบบบ้านโมเดิร์น คือการผสมผสานระหว่างความทันสมัยและร่วมสมัย ซึ่งมาจากวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง ยิ่งไปกว่านั้นในยุคนี้ยังมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ ที่เข้ามาเสริมความสะดวกสบายให้กับบ้านมากขึ้น อย่างเช่น การติดตั้งแผงโซลาร์รูฟ (Solar Roof) เป็นต้น ที่ช่วยประหยัดพลังงานภายในบ้าน อีกทั้งเฟอร์นิเจอร์ของบ้านสไตล์โมเดิร์นมักเป็นรูปทรงที่เรียบง่าย น้อยแต่มาก มีมัลติฟังก์ชั่นในตัวเพื่อตอบสนองการใช้งานที่หลากหลาย ถือเป็นอีกหนึ่งข้อดีที่ทำให้บ้านสไตล์โมเดิร์นดูทันสมัยอยู่เสมอ 

4. บ้านโมเดิร์น – การเลือกใช้สี

สไตล์บ้านโมเดิร์นเป็นสไตล์ที่ยึดความเรียบง่ายเป็นหลัก เราจึงเห็นบ้านสไตล์นี้ในโทนสีกลาง ๆ หรือโทนสีสว่าง ไม่ฉูดฉาด เช่น สีขาว ครีม เบจ หรือสีเอิร์ธโทนที่ให้ความรู้สึกหรูหรา อบอุ่น น่าอยู่อาศัยและมีความใกล้เคียงกับธรรมชาติ เพื่อให้ผสมผสานเข้ากับวัสดุต่าง ๆ ภายในบ้านได้อย่างลงตัว แต่หากรู้สึกว่าบ้านดูเรียบเกินไปอาจใช้เส้นสาย สีสันแบบ Primary Colors หรือแม่สีของเฟอร์นิเจอร์มาตกแต่ง เพื่อทำให้ภาพรวมของบ้านดูมีเสน่ห์และมีสไตล์มากขึ้น

5. บ้านโมเดิร์น – ประหยัดงบในการสร้าง

ด้วยโครงสร้างของบ้านโมเดิร์นที่ไม่ซับซ้อนและดีไซน์ที่เน้นความเรียบง่าย ทำให้ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างน้อยกว่าบ้านสไตล์อื่น ๆ นั่นหมายความว่างบประมาณที่ใช้ก็จะน้อยลงตามไปด้วย รวมไปถึงลดค่าใช้จ่ายในการตกแต่งภายในบ้านไปได้เยอะ